ความยืดหยุ่นของอุปสงค์และอุปทาน

 

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์  (Elasticity of demand)
หมายถึง การวัดอัตราการเปลี่ยนแปลงของปริมาณอุปสงค์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการ รายได้ของผู้บริโภค และราคาสินค้าอื่น
1. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา (Price Elasticity of Demand)
2. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้ (Income Elasticity of Demand)
3. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาสินค้าชนิดอื่น (Cross Elasticity of Demand)

 

     ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา  (Price Elasticity of Demand ; Ed)
หมายถึง  อัตราการเปลี่ยนแปลงในจำนวนสินค้าที่มีผู้ต้องการซื้อต่ออัตราการเปลี่ยนแปลงในราคาสินค้าชนิดนั้น  โดยคิดอัตราการเปลี่ยนแปลงเป็นร้อยละ
การวัดความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาการวัดความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาสามารถทำได้ 2 รูปแบบ คือ
1. การวัดความยืดหยุ่น  ณ  จุดใดจุดหนึ่งบนเส้นอุปสงค์
2. การวัดความยืดหยุ่นระหว่างจุดสองจุดบนเส้นอุปสงค์ 

 

การวัดความยืดหยุ่น  บนเส้นอุปสงค์
1. การวัดความยืดหยุ่น  ณ  จุดใดจุดหนึ่งบนเส้นอุปสงค์  (Point Elasticity)
2. การวัดความยืดหยุ่นระหว่างจุดสองจุดบนเส้นอุปสงค์  (Arc Elasticity)
ตัวอย่าง กำหนดให้ราคาของเงาะโรงเรียนกิโลกรัมละ 10 บาท มีปริมาณเสนอซื้อจำนวน 100 กิโลกรัมต่อวัน ต่อมาราคาเงาะโรงเรียนลดลงเหลือกิโลกรัมละ 8 บาทมีผลทำให้มีปริมาณเสนอซื้อเพิ่มขึ้นเป็น 140 กิโลกรัมต่อวัน จงหา
ค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาแบบช่วง
             ตอบ -1.5    ค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคามีค่ามาก  แสดงว่าเมื่อราคา
                เงาะโรงเรียนเปลี่ยนแปลงไป 1 หน่วยแล้ว มีผลทำให้ปริมาณ
                ซื้อเงาะโรงเรียนเปลี่ยนแปลงไปร้อยละ 1.5

ตัวอย่าง กำหนดให้ราคาของเงาะโรงเรียนกิโลกรัมละ 10 บาท มีปริมาณเสนอซื้อจำนวน 100 กิโลกรัมต่อวัน ต่อมาราคาเงาะโรงเรียนลดลงเหลือกิโลกรัมละ 8 บาทมีผลทำให้มีปริมาณเสนอซื้อเพิ่มขึ้นเป็น 140 กิโลกรัมต่อวัน จงหา
ค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาแบบช่วง
ค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาแบบจุดทั้งสองจุด

              ตอบ จุดที่ 1 คือ -2 ,จุดที่ 2 คือ -1.14    

 

ประเภทของเส้นอุปสงค์จำแนกตามความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา

1. อุปสงค์ที่ไม่มีความยืดหยุ่นเลย  (Perfectly inelastic demand)
ตัวอย่างของสินค้า คือ  โลงศพ

2. อุปสงค์ที่มีความยืดหยุ่นน้อย (Inelastic  demand)
ตัวอย่างของสินค้า คือ  สินค้าที่จำเป็นแก่การครองชีพหรือสินค้าอื่นทดแทนได้ยาก
3.         อุปสงค์ที่มีความยืดหยุ่นคงที่ (Unitary elasticity demand)
เส้นอุปสงค์ในลักษณะนี้มีโอกาสเกิดขึ้นกับสินค้าโดยทั่วไป  หากผู้บริโภคควบคุมงบประมาณรายจ่ายในการซื้อสินค้าให้คงที่อยู่เสมอ
4.         อุปสงค์ที่มีความยืดหยุ่นมาก (Elastic demand)
ตัวอย่างของสินค้า คือ  สินค้าฟุ่มเฟือย  หรือสินค้าที่ทดแทนด้วยสินค้าอื่นได้ง่าย
5.         อุปสงค์ที่มีความยืดหยุ่นมากที่สุด  (Perfectly elastic demand)
ผู้ผลิตทุกคนจะต้องขายตามราคาที่เป็นอยู่ในตลาด  เส้นอุปสงค์จะมีลักษณะเป็นเส้นตรงขนานกับแกนนอน

 
ปัจจัยกำหนดค่าของความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา

  1. ความสามารถของสินค้าชนิดอื่นที่ใช้แทนสินค้าที่เรากำลังพิจารณาอยู่
  2. ความจำเป็นต่อการดำรงชีพของสินค้านั้น
  3. ประโยชน์ใช้สอย
  4. จำนวนเงินที่ใช้สินค้า
  5. ความคงทนของสินค้า   

 

 

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้  (Income Elasticity of Demand ; Ei)
หมายถึง  อัตราการเปลี่ยนแปลงในจำนวนสินค้าที่มีผู้ต้องการซื้อต่ออัตราการเปลี่ยนแปลงของรายได้ผู้บริโภค  โดยคิดอัตราการเปลี่ยนแปลงเป็นร้อยละ   ค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้  มีโอกาสเป็นได้ทั้งค่าบวกและค่าลบขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้า  ดังนี้
เครื่องหมายลบที่ติดมากับค่าความยืดหยุ่น  แสดงว่าสินค้าประเภทนั้นเป็นสินค้าด้อยคุณภาพ (Inferior Goods) ซึ่งผู้บริโภคมักจะบริโภคจำนวนน้อยลงเมื่อรายได้ของเขาเพิ่มขึ้น 
หากเป็นเครื่องหมายบวก  แสดงว่าเป็นสินค้าปกติ (Normal Goods) ได้แก่  สินค้าทั่วไปและสินค้าคุณภาพดี  ซึ่งผู้บริโภคมักจะบริโภคเพิ่มขึ้นเมื่อมีรายได้สูงขึ้น 
ค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้  มีโอกาสเป็นได้ทั้งค่าบวกและค่าลบขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้า  ดังนี้
เครื่องหมายลบที่ติดมากับค่าความยืดหยุ่น  แสดงว่าสินค้าประเภทนั้นเป็นสินค้าด้อยคุณภาพ (Inferior Goods) ซึ่งผู้บริโภคมักจะบริโภคจำนวนน้อยลงเมื่อรายได้ของเขาเพิ่มขึ้น 
หากเป็นเครื่องหมายบวก  แสดงว่าเป็นสินค้าปกติ (Normal Goods) ได้แก่  สินค้าทั่วไปและสินค้าคุณภาพดี  ซึ่งผู้บริโภคมักจะบริโภคเพิ่มขึ้นเมื่อมีรายได้สูงขึ้น 

ตัวอย่าง  กำหนดให้นางสาวสมหญิงมีรายได้เดือนละ 5,000 บาท โดยเขาจะซื้อสินค้าชนิดหนึ่งจำนวน 10 หน่วย/เดือน ต่อมาเขามีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 7,000 บาท มีผลทำให้เขาซื้อสินค้าชนิดเดิมเพิ่มขึ้นเป็น 15 หน่วย/เดือน จงหาค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้แบบช่วง (Ei)

ตอบ   ค่าความความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้ของนาวสาวสมหญิงมีค่ามาก  แสดงว่าเมื่อรายได้เปลี่ยนแปลงไป 1 หน่วยแล้วปริมาณซื้อสินค้าจะเปลี่ยนแปลงไปร้อยละ 1.2 เมื่อสินค้าเป็นสินค้าปกติ

 

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อสินค้าชนิดอื่น  (Cross Elasticity of Demand ; Ec)
หมายถึง  อัตราการเปลี่ยนแปลงในจำนวนสินค้าที่มีผู้ต้องการซื้อต่ออัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าชนิดอื่น  โดยคิดอัตราการเปลี่ยนแปลงเป็นร้อยละ


         ค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อสินค้าชนิดอื่น 

มีโอกาสเป็นได้ทั้งค่าบวกและค่าลบในทางเศรษฐศาสตร์พิจารณาได้เป็น 2 ประเภท คือ
สินค้าที่ใช้ประกอบกับสินค้านั้น  (Complementary Goods)  ซึ่งค่าความยืดหยุ่นจะมีเครื่องหมายเป็นบวก  เช่น  กาแฟกับน้ำตาล  รองเท้ากับถุงเท้า  เป็นต้น
สินค้าที่ใช้ทดแทนกันได้กับสินค้านั้น  (Substitution Goods)  ซึ่งค่าความยืดหยุ่นจะมีเครื่องหมายเป็นลบ  เช่น  ชากับกาแฟ  โค้กกับเป๊ปซี่  เป็นต้น 

ตัวอย่าง  กำหนดให้นางสาวสมหญิงมีรายได้เดือนละ 5,000 บาท โดยเขาจะซื้อสินค้าชนิดหนึ่งจำนวน 10 หน่วย/เดือน ต่อมาเขามีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 7,000 บาท มีผลทำให้เขาซื้อสินค้าชนิดเดิมเพิ่มขึ้นเป็น 15 หน่วย/เดือน จงหาค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้แบบช่วง (Ei)
ตอบ  ค่าความความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้ของนาวสาวสมหญิงมีค่ามาก  แสดงว่าเมื่อรายได้เปลี่ยนแปลงไป 1 หน่วยแล้วปริมาณซื้อสินค้าจะเปลี่ยนแปลงไปร้อยละ 1.2 เมื่อสินค้าเป็นสินค้าปกติ

 

ความยืดหยุ่นของอุปทาน  (Elasticity of Supply)
หมายถึง การวัดอัตราการเปลี่ยนแปลงของปริมาณขายสินค้า ที่นำเสนอขายต่ออัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาชนิดนั้น ๆ ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง 
ความยืดหยุ่นของอุปทานต่อราคา (Price Elasticity of Supply ; Es) หมายถึง  อัตราการเปลี่ยนแปลง  ในจำนวนสินค้าที่ผู้ขายต้องการขายต่ออัตราการเปลี่ยนแปลงในราคาสินค้าชนิดนั้น โดยคิดอัตราการเปลี่ยนแปลงเป็นร้อยละ

 

การวัดความยืดหยุ่น  บนเส้นอุปทาน

  1. การวัดความยืดหยุ่น  ณ  จุดใดจุดหนึ่งบนเส้นอุปทาน  (Point Elasticity)
  2.  การวัดความยืดหยุ่นระหว่างจุดสองจุดบนเส้นอุปทาน  (Arc Elasticity)         

ตัวอย่าง กำหนดให้ราคาของมังคุดกิโลกรัมละ 30 บาท มีปริมาณเสนอขายจำนวน 300 กิโลกรัมต่อวัน ต่อมาราคาของมังคุดเพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 40 บาทมีผลทำให้มีปริมาณเสนอซื้อเพิ่มขึ้นเป็น 350 กิโลกรัมต่อวัน จงหา
ค่าความยืดหยุ่นของอุปทานต่อราคาแบบช่วง
ค่าความยืดหยุ่นของอุปทานต่อราคาแบบจุดทั้งสองจุด
ตอบ  จุดที่ 1 คือ 0.50 , จุดที่ 2 คือ 0.57

ประเภทของเส้นอุปทานจำแนกตามความยืดหยุ่นของอุปทานต่อราคา
1.อุปทานที่ไม่มีความยืดหยุ่นเลย  (Perfectly inelastic supply)
ตัวอย่างของสินค้า คือ  พระเครื่อง โบราณวัตถุ

2.อุปทานที่มีความยืดหยุ่นน้อย (Inelastic  supply)
ตัวอย่างของสินค้า คือ  สินค้าทางด้านเกษตร

3.อุปทานที่มีความยืดหยุ่นคงที่ (Unitary elasticity supply)
เส้นอุปทานในลักษณะนี้มีโอกาสเกิดขึ้นกับสินค้าทุกประเภท ไม่เจาะจงสินค้าประเภทใดประเภทหนึ่ง

4.อุปทานที่มีความยืดหยุ่นมาก (Elastic supply)
ตัวอย่างของสินค้า คือ  สินค้าที่ผลิตได้ง่าย  ใช้เวลาในการผลิตน้อย  ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุตสาหกรรม

5.อุปทานที่มีความยืดหยุ่นมากที่สุด  (Perfectly elastic supply)
ถ้าราคาสินค้าอยู่ ณ ระดับเดิมจำนวนขายจะมีไม่จำกัดจำนวน  ถ้าราคาต่ำกว่านี้ผู้ขายไม่ยินดีจะเสนอขายสินค้าเลย

 

ปัจจัยกำหนดค่าของความยืดหยุ่นของอุปทานต่อราคา

  1. ระยะเวลา  อุปทานในระยะยาวจึงมีค่าความยืดหยุ่นมากกว่าในระยะสั้น
  2. การเปลี่ยนแปลงต้นทุนการผลิต  หากต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วทำให้ค่าความยืดหยุ่นมีค่าน้อย
  3. ความคงทนของสินค้า  สินค้าซึ่งเก็บไว้ได้นานไม่เสียหาย  จะมีค่าความยืดหยุ่นของอุปทานมาก    

ประโยชน์ของความยืดหยุ่น
ใช้วิเคราะห์ปัญหาการเก็บภาษีและการผลักภาระภาษี
ใช้วิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ
ใช้วิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับการกำหนดราคาขั้นสูง
ใช้วิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับการประกันราคาขึ้นต่ำ
ใช้วิเคราะห์การกำหนดราคาขายที่แตกต่างกัน (Price Discrimination)
ความยืดหยุ่นของอุปสงค์  มีอิทธิพลยิ่งในการกำหนดราคาสำหรับกิจกรรมสาธารณูปโภค

 

 

 

กลับสู่หน้าหลัก